Sakura House ข้าวสารโร้ดดด
posted on 21 Oct 2008 00:21 by bluemagarita in Journey
สวัสดีจ้า .. ^//^ มาเผยไต๋ในที่สุดแล้วนะว่าไปไหนมา ...
ตะแด๊น .. ><+
อันดับแรกก็ควรมีรูปในลิฟท์สักเล็กน้อย .. พอเป็นธรรมเนียมนะ ><
ขาขึ้นด้วยความที่บูกลัวลิฟท์ที่เล่าลือกันว่ามันน่ากลัวจัด
ก็เลยลากสาววายท่านอื่น เดินขึ้นบันไดไปด้วย
ผลคือ ... เหงื่อแตกซ่กเมื่อขึ้นถึงชั้นสี่ที่เป็นร้านซากุระ ><""
ปล. บันไดอาจจะน่ากลัวกว่าลิฟท์ก็ได้น้า ~

เมื่อถึงร้าน .. ก็เกิดมีอุปสรรคเล็กน้อย T_T.... ดังที่ท่านรองเล่า..
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเสมอนะ ดูจากการที่สุดท้ายได้เข้าไปกินแบบไม่คาดคิดสิ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ... ซากุระก็อยู่ที่นั่นล่ะจ้า
(นอกจากดั้นด้นมากิน ... หาร้าน ปีนบันไดสี่ชั้น ..แล้วยังต่อด้วยมาออดอ้อนที่หน้าร้านอีก >//<")
มะ .. เมนู ที่ควรจะมาพร้อม แว่นขยายล่ะ
ยายๆทุกคน อย่าลืมพกหลานไปกินด้วยนะก๊ะ
ปล ใครที่คิดว่าอ่านภาษายุ่นปี่ไม่ออก ลองพลิกดูอีกด้านก่อนน้า เหมือนจะมีภาษาไทย??

รอสักครู่หนึ่ง .. ดื่มน้ำชาแก้วโตที่นำมาเสิฟสักครู่
พี่เป๋ยลงความเห็นว่า "ชารสเหมือนกาแฟนะ! O_O!" สักครู่ชามแรกก็มาเสริฟ
รวดเร็วมากมาย รอไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำไป .. หรือว่ามันทำง่ายหนอ ^^"?
ชามนี้ ชาชูราเม็ง หรือ ราเม็งหมูตุ๋น ของท่านพี่เผยๆจ๊ะ

เพียงครู่นึง แต่ก็นานพอที่จะทำให้หิว T_T...
รายการที่สองก็มาเสริฟ รู้สึกจะชื่อ อะไร โทฟูๆนี่แล ซับไทยคือ เต้าหู้ทรงเครื่อง
โอ้ ชามนี้มันเค็มมาก เค็มๆแต่ก็อร่อยๆนะ >///< รสชาติบาดใจ เลยสกรัมกันอย่างพร้อมเพรียงเลย
จานยักษ์ๆจานนี้ แท้จริงคือออเดอร์ท่านรอง !

เกี๊ยวซ่า เครื่องเคียงอร่อย... ชอบๆๆ

ต่อมา รายการที่มาพร้อมกันเลยก็คือ ราเม็งชามนี้กับชามข้างล่าง
ชามยักษ์เหมือนกัน เส้นเยอะ น้ำเหมือนใสไร้รสชาติ แต่ว่าเปล่าเลย มันเข้มมาก
อร่อยดีนะ ^//^ ชามนี้ของบูเอง ชิโอะราเม็ง หรือว่าราเม็งเกลือธรรมดาจ้า

ต่อมา หน้าตาคล้ายอันบนชิมิ ... แต่สังเกตุก้อนๆเหลืองๆตรงมุมขวาที่ลอยอยู่นั่นก่อน
มันคือ ... เนยก้อนที่ถูกใส่มาด้วย >////< ชามนี้บูไม่ได้ชิมแต่เดาว่าคงเข้มข้นน่าดูชม
ชิโอะบัตเตอร์ราเม็ง หรือราเม็งเกลือใส่เนย! ชามนี้ของท่านอาจัง

ทาโกะยากิ ... ที่เห็นว่ากรอบนอกนุ่มในสมค่ำร่ำลือ..

ยังไม่อิ่ม... ขอชิมเทมปุระอีกชาม ... อันนี้มาเป็นแบบผสมกุ้งและผักกับเผือกจ๊ะ
อร่อยนะ แต่น้ำจิ้มออกจะแปลกๆกว่าปกติเล็กน้อย จากการชิม ท่านรองและพี่เป๋ยบอกว่ามันใส่ขิงด้วย
โอ้ว๊าว เด็ด ! >// (ก็ว่าทำไมเราไม่ได้กลิ่นขิง ... นึกว่าลิ้นจรเข้ซะอีก T_T""")

กินเสร็จแล้ว ... บิลออกมาเป็นเยี่ยงนี้
คุ้มมากน้า >////< อาหารญี่ปุ่นปริมาณมาก รสชาติอร่อย ในตึกที่ร้างไปหน่อย แต่ก็หนุกดี!

ขากลับ เดินลัดเลาะผ่านตรอกร้านซูซี่... บังเอิญเจอเจ้านี่ขายอยู่พอดี
ราคา สี่ตัวร้อยนึง O_O!
จึงซื้อมา หมาน้อย งูน้อย ลูกอ๊อดน้อยและ ม้าน้อย ตุเรงๆๆ เหอเหอเหอ
หลังจากนั้น สาววายทั้งสี่ก็ออกเดินเที่ยวกันต่อไปในตรอกข้าวสาร อย่างหลงๆ กันต่อไปจ๊ะ
ดิเอน !>///<

ช่วงอธิบายเส้นทาง อย่าง งงๆ สำหรับผู้ที่อยากไปในโอกาสหน้า..
1. ตั้งต้นที่ตรอกข้าวสาร ... ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน รถเรือหรือแท๊กซี่ก็ตาม
ทำยังไงก็ได้ให้เข้าไปในตรอกข้าวสารก่อน ...
2. หาป้ายทางเข้าร้าน SUSIE PUB ... ซู่ซี่ผับนี้จะอยู่ในตรอกซอกซอย จะไม่เห็นหน้าร้าน
ดังนั้น ... เงยสูงๆ หาป้ายร้านซูซี่ก่อนเลยจ๊ะ
3. เมื่อเจอแล้ว เดินเข้าไปในซอยนั้น จะผ่านร้านค้าของชำร่วยมากมาย ผ่านร้านทำผม และซูซี่ทางซ้ายมือ
ร้านนวดสปาเล็กๆด้วย เดินตรงไปจนทะลุออกจากซอยไปยังถนนเส้นเล็กๆเส้นหนึ่ง ที่ดูเหมือนมีแต่เกสต์เฮาส์
4. หันคอไปทางซ้าย .. เงยสูง 45 องศา มองหายอดตึกโรงแรมเวียงใต้ ป้ายอักษรซีดๆ...
เดินไปตามทางนั้น สังเกตุซ้ายมือจะผ่านร้าน มอลลี่ผับ เดินต่อไปอีก ราวห้าสิบเมตร
5. ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ จะพบร้าน อินเดียนเคอร์รี่ .... ข้างกันจะพบทางหลอนๆ
แบบ Silent hill + Resident Evil ร้านเดียวในย่านนั้นเลย ...
มาถูกทางแล้ว ที่เหลือก็ ไปตามทางลิฟท์หรือบันได ชั้นสี่ .. โชคดีเน้อ ><+
ตะแด๊น .. ><+
อันดับแรกก็ควรมีรูปในลิฟท์สักเล็กน้อย .. พอเป็นธรรมเนียมนะ ><
ขาขึ้นด้วยความที่บูกลัวลิฟท์ที่เล่าลือกันว่ามันน่ากลัวจัด
ก็เลยลากสาววายท่านอื่น เดินขึ้นบันไดไปด้วย
ผลคือ ... เหงื่อแตกซ่กเมื่อขึ้นถึงชั้นสี่ที่เป็นร้านซากุระ ><""
ปล. บันไดอาจจะน่ากลัวกว่าลิฟท์ก็ได้น้า ~

เมื่อถึงร้าน .. ก็เกิดมีอุปสรรคเล็กน้อย T_T.... ดังที่ท่านรองเล่า..
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเสมอนะ ดูจากการที่สุดท้ายได้เข้าไปกินแบบไม่คาดคิดสิ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ... ซากุระก็อยู่ที่นั่นล่ะจ้า
(นอกจากดั้นด้นมากิน ... หาร้าน ปีนบันไดสี่ชั้น ..แล้วยังต่อด้วยมาออดอ้อนที่หน้าร้านอีก >//<")
มะ .. เมนู ที่ควรจะมาพร้อม แว่นขยายล่ะ
ยายๆทุกคน อย่าลืมพกหลานไปกินด้วยนะก๊ะ
ปล ใครที่คิดว่าอ่านภาษายุ่นปี่ไม่ออก ลองพลิกดูอีกด้านก่อนน้า เหมือนจะมีภาษาไทย??

รอสักครู่หนึ่ง .. ดื่มน้ำชาแก้วโตที่นำมาเสิฟสักครู่
พี่เป๋ยลงความเห็นว่า "ชารสเหมือนกาแฟนะ! O_O!" สักครู่ชามแรกก็มาเสริฟ
รวดเร็วมากมาย รอไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำไป .. หรือว่ามันทำง่ายหนอ ^^"?
ชามนี้ ชาชูราเม็ง หรือ ราเม็งหมูตุ๋น ของท่านพี่เผยๆจ๊ะ

เพียงครู่นึง แต่ก็นานพอที่จะทำให้หิว T_T...
รายการที่สองก็มาเสริฟ รู้สึกจะชื่อ อะไร โทฟูๆนี่แล ซับไทยคือ เต้าหู้ทรงเครื่อง
โอ้ ชามนี้มันเค็มมาก เค็มๆแต่ก็อร่อยๆนะ >///< รสชาติบาดใจ เลยสกรัมกันอย่างพร้อมเพรียงเลย
จานยักษ์ๆจานนี้ แท้จริงคือออเดอร์ท่านรอง !

เกี๊ยวซ่า เครื่องเคียงอร่อย... ชอบๆๆ

ต่อมา รายการที่มาพร้อมกันเลยก็คือ ราเม็งชามนี้กับชามข้างล่าง
ชามยักษ์เหมือนกัน เส้นเยอะ น้ำเหมือนใสไร้รสชาติ แต่ว่าเปล่าเลย มันเข้มมาก
อร่อยดีนะ ^//^ ชามนี้ของบูเอง ชิโอะราเม็ง หรือว่าราเม็งเกลือธรรมดาจ้า

ต่อมา หน้าตาคล้ายอันบนชิมิ ... แต่สังเกตุก้อนๆเหลืองๆตรงมุมขวาที่ลอยอยู่นั่นก่อน
มันคือ ... เนยก้อนที่ถูกใส่มาด้วย >////< ชามนี้บูไม่ได้ชิมแต่เดาว่าคงเข้มข้นน่าดูชม
ชิโอะบัตเตอร์ราเม็ง หรือราเม็งเกลือใส่เนย! ชามนี้ของท่านอาจัง

ทาโกะยากิ ... ที่เห็นว่ากรอบนอกนุ่มในสมค่ำร่ำลือ..

ยังไม่อิ่ม... ขอชิมเทมปุระอีกชาม ... อันนี้มาเป็นแบบผสมกุ้งและผักกับเผือกจ๊ะ
อร่อยนะ แต่น้ำจิ้มออกจะแปลกๆกว่าปกติเล็กน้อย จากการชิม ท่านรองและพี่เป๋ยบอกว่ามันใส่ขิงด้วย
โอ้ว๊าว เด็ด ! >// (ก็ว่าทำไมเราไม่ได้กลิ่นขิง ... นึกว่าลิ้นจรเข้ซะอีก T_T""")

กินเสร็จแล้ว ... บิลออกมาเป็นเยี่ยงนี้
คุ้มมากน้า >////< อาหารญี่ปุ่นปริมาณมาก รสชาติอร่อย ในตึกที่ร้างไปหน่อย แต่ก็หนุกดี!

ขากลับ เดินลัดเลาะผ่านตรอกร้านซูซี่... บังเอิญเจอเจ้านี่ขายอยู่พอดี
ราคา สี่ตัวร้อยนึง O_O!
จึงซื้อมา หมาน้อย งูน้อย ลูกอ๊อดน้อยและ ม้าน้อย ตุเรงๆๆ เหอเหอเหอ
หลังจากนั้น สาววายทั้งสี่ก็ออกเดินเที่ยวกันต่อไปในตรอกข้าวสาร อย่างหลงๆ กันต่อไปจ๊ะ
ดิเอน !>///<

1. ตั้งต้นที่ตรอกข้าวสาร ... ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน รถเรือหรือแท๊กซี่ก็ตาม
ทำยังไงก็ได้ให้เข้าไปในตรอกข้าวสารก่อน ...
2. หาป้ายทางเข้าร้าน SUSIE PUB ... ซู่ซี่ผับนี้จะอยู่ในตรอกซอกซอย จะไม่เห็นหน้าร้าน
ดังนั้น ... เงยสูงๆ หาป้ายร้านซูซี่ก่อนเลยจ๊ะ
3. เมื่อเจอแล้ว เดินเข้าไปในซอยนั้น จะผ่านร้านค้าของชำร่วยมากมาย ผ่านร้านทำผม และซูซี่ทางซ้ายมือ
ร้านนวดสปาเล็กๆด้วย เดินตรงไปจนทะลุออกจากซอยไปยังถนนเส้นเล็กๆเส้นหนึ่ง ที่ดูเหมือนมีแต่เกสต์เฮาส์
4. หันคอไปทางซ้าย .. เงยสูง 45 องศา มองหายอดตึกโรงแรมเวียงใต้ ป้ายอักษรซีดๆ...
เดินไปตามทางนั้น สังเกตุซ้ายมือจะผ่านร้าน มอลลี่ผับ เดินต่อไปอีก ราวห้าสิบเมตร
5. ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ จะพบร้าน อินเดียนเคอร์รี่ .... ข้างกันจะพบทางหลอนๆ
แบบ Silent hill + Resident Evil ร้านเดียวในย่านนั้นเลย ...
มาถูกทางแล้ว ที่เหลือก็ ไปตามทางลิฟท์หรือบันได ชั้นสี่ .. โชคดีเน้อ ><+
edit @ 21 Oct 2008 00:24:27 by Blue^^magaritA

เดี๋ยวนี้ร้านนี้คนเยอะมากกกกก .. ต้องไปกินให้ได้ซักวัน อยากกินของอร่อย ราคาไม่แพง
#1 By Googigg on 2008-10-21 00:58